ช้า ๆ ไม่ได้พร้าเล่มงามเสมอไป
posted on 26 Jun 2009 12:21 by mokuriboy in Socialเมื่อคืนนี้บอยได้มีโอกาสเปิดไปดูรายการ "เจาะใจ" เขาได้เชิญ นางสาวพรทิพย์ ปานอินทร์ หรือ "เล็ก" อดีตบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง จากคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาให้สัมภาษณ์ในรายการ
สาวเก่งคนนี้ เธอเกิดและเติบโตที่ชุมชนคลองเตย พื้นที่ที่คนจากสังคมภายนอกมองว่าเป็นสลัม คุณภาพชีวิตต่ำ ขาดโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งเป็นแหล่งมั่วสุมของยาเสพติด แต่เธอก็พิสูจน์แล้วว่าหากมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ใช้โอกาสทางการศึกษาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดก็สามารถประสบความสำเร็จได้ และนี่ก็คืออีก 1 ตัวอย่างที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่า ความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง สามารถเอาชนะได้ทุกอย่าง (ถ้าอยากทราบเรื่องราวของเธออย่างละเอียด ก็ค้นหากันเอาเองนะจ๊ะ
)
แต่สิ่งที่สะกิดใจบอยจนเป็นเหตุให้นำมาเขียนเป็นเอนทรี่ในคราวนี้ก็คือ คำสอนจากแม่ของเธอที่ได้กล่าวไว้ว่า "จะทำอะไรอย่าเดี๋ยว เพราะถ้าหากมัวแต่เดี๋ยว แล้วคนอื่นเขาทำไปก่อน เราก็จะทำอีกไม่ได้" ซึ่งนี้เป็นถือเป็นคำคมที่ดีมาก ๆ และบอยก็ได้เคยพิสูจน์ด้วยตนเองมาแล้ว กับทุก ๆ ครั้งที่พูดคำว่าเดี๋ยว แล้วมันก็เดี๋ยวจริง ๆ เพราะหลังจากนั้นก็ไม่เคยทำในสิ่งที่พูดว่าเดี๋ยวให้สำเร็จขึ้นมาได้เลย และในบางครั้งก็มีคนคิดเหมือน ๆ กัน แล้วเขาก็ทำสำเร็จไปก่อนหน้าเรา เป็นเหตุที่ทำให้เราไม่อยากทำขึ้นมาอีก เพราะมันไม่แตกต่าง มันจะกลายเป็นการลอกเลียนแบบ และถ้าหากทำแล้วไม่ดีกว่า ก็จะขายหน้ากันไปอีก ตัวอย่างเช่น บอยจะเขียนเอนทรี่สอนวิธีการแก้ไขปัญหา กกก ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่บูมสุด ๆ แล้ว แต่ดันไปพบกับนาย ข ซึ่งได้เขียนเรื่องวิธีการแก้ไขปัญหา กกก ไปแล้ว แถมรู้ชัดแจ้งกว่าบอยอีก บอยจะเขียนอีกก็ไม่ได้ เป็นสิ่งที่เหนื่อยเปล่า แถมขายขี้หน้าอีก... ดังนี้เป็นต้น
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีผู้ที่กล่าวในทำนองเดียวกันนี้ว่า
พระพุทธเจ้า : วันคืนล่วงไปบัดนี้ ท่านทำอะไรอยู่...
ขงจื้อ : เมื่อเห็นอะไรดี อะไรถูก อะไรสมควร อะไรที่เป็นประโยชน์ จงรีบทำสิ่งนั้นโดยทันที...
มุสโสสินี : คนที่ไม่ทำอะไรเลย คือคนตาย...
ไดคัลล์ : ทำเสียเดี๋ยวนี้ วินาทีข้างหน้าอาจไม่ได้ทำ...
จนบัดนี้แล้ว ท่านเชื่อกระผมหรือยังว่า "ช้า ๆ ไม่ได้พร้าเล่มงามเสมอไป" แต่ถึงอย่างไร "ทำช้า ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำ" พี่มอส เขาว่าอย่างงั้น "มาแล้วยังดีกว่ามาช้า มาช้ายังดีกว่าไม่มา" (แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ นางสาวพรทิพย์ ตอนเปิดเรื่องหงะ ง๊งงง อีกแล้ว
)
เอาเป็นว่าจุดมุ่งหมายที่บอยจะบอกก็คือ เล็ก ถึงแม้เธอจะไม่ได้เกิดในครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย แต่เธอก็ยังโชคดีที่ได้รับโอกาสจากมูลนิธิดวงประทีปที่มอบทุนการศึกษาให้เธอได้เรียนต่อระดับปริญญาตรี และเธอก็ได้ใช้โอกาสที่มีอย่างรู้คุณค่า นั่นก็คือเธอไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปกับสิ่งเลวร้ายในสังคมเธอ เธอรู้ว่าพ่อแม่ของเธอไม่ได้สุขสบาย เธอก็มุมานะเรียนให้จบในระดับสูง ๆ เพื่อที่เธอจะได้มีชีวิตที่ดี จะได้แบ่งเบาภาระครอบครัวด้วยหน้าที่การงานที่ดี (เป็นไง มีสรุปให้ด้วย
) และนี่ก็คือบทเรียนชีวิตหนึ่ง ที่เราควรเอาเป็นแบบอย่าง ว่า... ในการทำอะไรจะต้องมุ่งมั่น ตั้งใจจริง และต้องทำเสียเดี๋ยวนี้ มันถึงจะประสบความสำเร็จ พอกันทีกับคำว่าเดี๋ยวค่อยทำ (เตือนตัวเองเป็นนัย ๆ ด้วยนะเนี่ย)


) แต่ก็ช่างเถอะ เพราะถึงยังไงก็เป็นหนังสือที่น่าอ่านอยู่ดี หรืออาจเป็นความตั้งใจของท่าน พระมหาบุญนาน ที่ต้องการจะสอดแทรกแง่คิดอย่างแนบเนียนก็เป็นได้